Get Adobe Flash player

ข้อบังคับ
สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนอนุบาลสุรินทร์

หมวด ๑ ชื่อเครื่องหมายและสำนักงาน
ข้อ ๑ สมาคมนี้มีชื่อว่า “สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนอนุบาลสุรินทร์ ใช้ชื่อย่อ “ส.ผ.ค.อ.” ชื่อภาษาต่างประเทศ
ว่า “Parent and Teacher Association of AnubarnSurinSchool”ใช้อักษรย่อว่าP.t.AA.S.S.
ข้อ ๒ สมาคมมีเครื่องหมาย และส่วนประกอบดังนี้


ข้อ ๓ สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่ที่ โรงเรียนอนุบาลสุรินทร์ถนนเทศบาล ๑ ตำบลในเมืองอำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

หมวด ๒ วัตถุประสงค์
ข้อ ๔. วัตถุประสงค์ของสมาคมมีดังต่อไปนี้
(๑) เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง ผู้ปกครองและครู เพื่อส่งเสริมการศึกษา ศีลธรรม วัฒนธรรม และสวัสดิการของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลสุรินทร์
(๒) เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นและประสบการณ์ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาของนักเรียนที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนอนุบาลสุรินทร์ รวมทั้งการให้คำแนะนำในการศึกษาและเลือกอาชีพในอนาคต
(๓) เพื่อดำเนินกิจการต่าง ๆ โดยร่วมมือกับโรงเรียนอนุบาลสุรินทร์ ด้วยการสนับสนุนกิจการของโรงเรียนเพื่อความเจริญและความมั่นคง
(๔) เพื่อร่วมมือกับทางราชการ องค์การสมาคมหรือคณะบุคคลในอันที่จะส่งเสริมให้เยาวชนมีความรู้ ความประพฤติและอนามัยดี
(๕) การดำเนินงานของสมาคมนี้ จะต้องไม่ขัดกับนโยบายของทางราชการ และไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง

หมวด ๓ สมาชิก
ข้อ ๕. สมาชิกของสมาคมมี ๒ ประเภท คือ
(๑) สมาชิกกิตติมศักดิ์
(๒) สมาชิกสามัญ
ข้อ ๖. สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ผู้ทรงคุณวุฒิมีเกียรติคุณ หรือเป็นผู้ที่มีอุปการคุณแก่โรงเรียนอนุบาลสุรินทร์ ซึ่งที่ประชุม
คณะกรรมการบริหารมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้เชิญเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ในนามสมาคม โดยให้นายกสมาคม
มีหนังสือเชิญเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ตามมตินั้น และสภาพการเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มตั้งแต่วันรับเชิญเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นต้นไป
ข้อ ๗. สมาชิกสามัญได้แก่ผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว และต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(๑) เป็นบิดามารดาของผู้ที่เป็นนักเรียน โรงเรียนอนุบาลสุรินทร์
(๒) เป็นหรือเคยเป็นผู้ปกครองของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลสุรินทร์
(๓) เป็นหรือเคยเป็นครูอาจารย์โรงเรียนอนุบาลสุรินทร์
(๔) เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนอนุบาลสุรินทร์
(๕) เป็นคู่สมรสของบุคคลดังกล่าวในข้อ ๑, ๒, ๓, และ ๔
ข้อ ๘. การขอเข้าเป็นสมาชิกสามัญ ต้องยื่นใบสมัครขอเข้าเป็นสมาชิกต่อคณะกรรมการบริหาร โดยมีสมาชิกของ
สมาคมไม่น้อยกว่า ๒ คนรับรอง
สภาพการเป็นสมาชิกสามัญเริ่มตั้งแต่วันที่บุคคลนั้น ได้ขำระเงินค่าบำรุงสมาคมและได้รับอนุมัติให้
เป็นสมาชิกจากคณะกรรมการบริหารแล้ว
ข้อ ๙. สมาชิกสามัญต้องชำระเงินค่าลงทะเบียน ๕ บาท และค่าบำรุงสมาคม ค่าบำรุงสมาคมแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท
ให้สมาชิกเลือกชำระตามประเภทได้ดังนี้
(๑) ค่าบำรุงรายปีๆละ ๑๐๐ บาท
(๒) ค่าบำรุงตลอดชีพ (ชำระครั้งเดียว ๕๐๐ บาท)
สมาชิกผู้ชำระค่าบำรุงเป็นรายปีแล้วภายหลังจะเปลี่ยนเป็นชำระค่าบำรุงตลอดชีพก็ได้
ข้อ ๑๐. สิทธิของสมาชิก มีดังนี้
(๑) ประดับเครื่องหมายของสมาคมได้
(๒) ใช้สถานที่ของสมาคมตามวัตถุประสงค์ของสมาคม แต่ต้องเป็นไปตามระเบียบที่สมาคมกำหนด
(๓) ติดต่อสอบถามหรือให้ข้อคิดเห็นต่อคณะกรรมการบริหารของสมาคม
(๔) ร้องขอต่อคณะกรรมการบริหาร เพื่อขอตรวจทะเบียนเอกสาร, บัญชี หรือทรัพย์สินของสมาคมได้
(๕) เสนอญัตติเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการบริหารให้นำเข้าระเบียบวาระให้พิจารณา ในที่ประชุมใหญ่ญัตติดังกล่าวนั้นต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า ๔ คน
(๖) สมาชิกรวมกันไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของสมาชิกทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน ทำหนังสือโดยลงลายมือชื่อยื่นต่อคณะกรรมการบริหารของสมาคมเพื่อให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ
ข้อ ๑๑. สิทธิของสมาชิกในที่ประชุมใหญ่
(๑) เข้าร่วมประชุมและอภิปรายตามระเบียบวาระการประชุม
(๒) ให้ข้อคิดเห็นหรือซักถามข้อข้องใจ ในการบริหารงานของสมาคม
(๓) เสนอหรือถูกเสนอชื่อเพื่อรับเลือกเป็นกรรมการ
(๔) เสนอให้ลงมติหรืออกเสียงลงมติ ในการออกเสียงลงมติ สมาชิกคนหนึ่งมีสิทธิ์ออกเสียงได้ ๑ เสียง
(๕) รับรองข้อเสนอที่สมาชิกยื่นเสนอ
(๖) ขอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม โดยสมาชิกอื่นรับรองไม่น้อยกว่า ๕ คน
ข้อ ๑๒. สมาชิกของสมาคมนอกจากมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับระเบียบแบบแผนของสมาคมแล้ว ยังมีหน้าที่โดยทั่วไป
ในอันที่จะส่งเสริมกิจการของสมาคมให้เจริญก้าวหน้า
ข้อ ๑๓. สมาชิกภาพสิ้นสุดลงเมื่อ
(๑) ตาย (๒) ลาออก
(๓) คณะกรรมการบริหารลงมติให้ออก โดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของคณะกรรมการบริหารที่มาประชุม
ในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้
ก. ประพฤติตนเป็นที่เสื่อมเสียแก่สมาคมหรือเป็นที่รังเกียจของสุภาพชน
ข. ละเมิดระเบียบหรือข้อบังคับของสมาคมโดยเจตนาอันเป็นเหตุให้เกิดการเสียหายแก่สมาคมอย่างร้ายแรง
ข้อ ๑๔. เมื่อสมาชิกภาพผู้ใดสิ้นสุดลง ผู้นั้นจะยกเอาเหตุผลแห่งการนั้นมาฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย
หรืออื่นใดจากสมาคมหาได้ไม่

หมวด ๔ คณะกรรมการบริหาร
ข้อ ๑๕. ให้มีคณะกรรมการบริหารคณะหนึ่งมีจำนวน ๓๐ คนประกอบด้วย
นายกสมาคม ๑ คน
อุปนายกสมาคม ๒ คน
เลขานุการ ๑ คน
เหรัญญิก ๑ คน
นายทะเบียน ๑ คน
ปฏิคม ๑ คน
ผู้ช่วยเลขานุการ ๑ คน
ผู้ช่วยเหรัญญิก ๑ คน
ผู้ช่วยนายทะเบียน ๑ คน
ผู้ช่วยปฏิคม ๑ คน
ประชาสัมพันธ์ ๑ คน
ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ ๑ คน
ฝ่ายหารายได้และสวัสดิการ ๑ คน
ผู้ช่วยฝ่ายหารายได้และสวัสดิการ ๔ คน
ฝ่ายกิจกรรมสังคม ๑ คน
ผู้ช่วยฝ่ายกิจกรรมสังคม ๒ คน
กรรมการกลาง ๙ คน
คณะกรรมการบริหารจำนวน ๑ ใน ๓ ของคณะกรรมการบริหารทั้งหมด ต้องเลือกจากสมาชิกที่กำลังเป็นครูในโรงเรียนอนุบาลสุรินทร์และในจำนวนสมาชิกที่กำลัง เป็นครูอยู่ในโรงเรียนอนุบาลสุรินทร์นั้น คนหนึ่งจะต้องเป็นอาจารย์ใหญ่ หรือผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลสุรินทร์
ข้อ ๑๖. ให้ที่ประชุมใหญ่สามัญเลือกตั้งสมาชิกของสมาคมเป็นคณะกรรมการบริหารตามข้อ ๑๕ โดยวิธีให้สมาชิกเสนอชื่อ
ตนเองหรือชื่อสมาชิกอื่นซึ่งอยู่ในที่ประชุมในวันเลือกตั้ง เพื่อรับเลือกตั้งการเสนอชื่อเข้ารับเลือกตั้งแต่ละคนต้องมี
สมาชิกของสมาคมไม่น้อยกว่า ๕ คนรับรอง
ข้อ ๑๗. ให้คณะกรรมการบริหาร เลือกตั้งกรรมการบริหารระหว่างกันเอง คนหนึ่งขึ้นเป็นนายกสมาคมและให้นายกสมาคม
แต่งตั้งกรรมการบริหาร ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารอื่นตามข้อ ๑๕ โดยดำรงตำแหน่งอุปนายก ๑ คน
ให้แต่งตั้งจากกรรมการบริหารที่เป็นอาจารย์ใหญ่หรือผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลสุรินทร์
การเลือกตั้งนายกสมาคมและการแต่งตั้งกรรมการบริหารตามข้อนี้ จะต้องทำให้เสร็จสิ้นในวันประชุมใหญ่สามัญเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหาร และเมื่อได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารเสร็จแล้ว ให้นายกสมาคมแจ้งให้ที่ประชุมใหญ่คราวนั้นทราบ
ข้อ ๑๘. คณะกรรมการบริหารอยู่ในตำแหน่งคราวละ ๒ ปี และเมื่อตำแหน่งนายกสมาคมว่างลงก่อนครบวาระให้อุปนายก
คนใดคนหนึ่ง หรือคณะกรรมการบริหารของสมาคมคนใดคนหนึ่งมีหนังสือเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารเพื่อเลือกตั้งนายกสมาคมให้ดำรงตำแหน่งแทนภายในเวลาอันสมควร และผู้ดำรงตำแหน่งแทนตามข้อนี้จะอยู่ในตำแหน่งเท่าเวลาผู้ที่ตนแทน
ในระหว่างที่ยังมิได้เลือกตั้งนายกสมาคมแทนตามข้อนี้ก็ดี หรือเมื่อนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติการด้วยเหตุใดๆก็ดี ให้อุปนายกคนใดคนหนึ่งทำการแทน

ข้อ ๑๙. ถ้าคณะกรรมการบริหาร หรือตำแหน่งคณะกรรมการบริหารอื่น นอกจากตำแหน่งนายกสมาคมว่างลงก่อนครบ
วาระจนไม่สามารถเป็นองค์ประชุมตามข้อ ๒๑ ได้ให้นายกสมาคมหรือผู้ทำการแทนตามข้อ ๑๙ วรรคสอง
เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารแทนภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่นายกสมาคมหรือผู้ทำการแทนทราบถึงเหตุนั้น และคณะกรรมการบริหารที่ดำรงตำแหน่งแทนให้อยู่ในตำแหน่งเท่ากับเวลาผู้ที่ตนแทน
ข้อ ๒๐. คณะกรรมการบริหารพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ถึงคราวออกตามวาระ (๔) ขาดจากสมาชิกสภาพ
(๕) ที่ประชุมใหญ่มีมติ ให้พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะหรือรายบุคคล
คณะกรรมการบริหารที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระหรือลาออกให้คงมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารงานของสมาคมในกรณีปกติ จนกว่าคณะกรรมการบริหารคณะใหม่เข้ารับมอบหมายงานแล้ว และให้คณะกรรมการบริหาร ที่พ้นจากตำแหน่งมอบหมายงานให้คณะกรรมการบริหารใหม่ภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารใหม่
ข้อ ๒๑. ในการประชุมคณะกรรมการบริหารต้องมีคณะกรรมการบริหารมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนคณะ
กรรมการบริหารทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม
ข้อ ๒๒. ในการประชุมคณะกรรมการบริหาร กรรมการบริหารคนหนึ่งมีสิทธิ์ออกเสียงลงคะแนนได้ ๑ เสียงการวินิจฉัยปัญหา
ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นเสียงชี้ขาดเว้นแต่ข้อบังคับนี้จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธาน
ในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีก ๑ เสียงเป็นเสียงชี้ขาด ถ้าในการพิจารณาปัญหาใดกรรมการบริหารผู้ใดมีส่วนได้เสียห้ามมิให้กรรมการผู้นั้นออกเสียงลงคะแนน
คณะกรรมการบริหารมีอำนาจออกระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการประชุม และออกเสียงลงคะแนน
ข้อ ๒๓. ในการประชุมคณะกรรมการบริหารทุกครั้ง ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุม ถ้านายกไม่อยู่ให้ที่ประชุม
เลือกอุปนายกคนใดคนหนึ่งเป็นประธาน และถ้าอุปนายกไม่อยู่ให้เลือกกรรมการบริหารคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่แทน
ข้อ ๒๔. คณะกรรมการบริหารมีอำนาจ และหน้าที่ดำเนินกิจการของสมาคมเพื่อความเจริญก้าวหน้าตามวัตถุประสงค์
ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับของสมาคม
ข้อ ๒๕. คณะกรรมการบริหารมีหน้าที่รับผิดชอบ ในการดูแลทรัพย์สินและเอกสารของสมาคม
ข้อ ๒๖. ทุกสิ้นปีการบัญชี ให้คณะกรรมการบริหารเสนอรายงานที่ปฏิบัติมาแล้ว พร้อมทั้งบัญชีรับจ่ายและงบดุลประจำปี
ให้ที่ประชุมใหญ่รับทราบ และอนุมัติ แล้วประกาศไว้ที่สำนักงานเพื่อให้สมาชิกทราบ
วันสิ้นปีทางบัญชีให้ถือเอาวันที่ ๓๑ มีนาคม ของทุกปีเป็นวันสิ้นปี
ข้อ ๒๗. คณะกรรมการบริหารมีอำนาจ
(๑) เชิญผู้เห็นสมควรเข้าเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ ตามข้อ ๖
(๒) เชิญผู้เห็นสมควรเป็นกรรมการที่ปรึกษา
(๓) แต่งตั้งอนุกรรมการต่าง ๆ
(๔) วางระเบียบข้อบังคับ เพื่อดำเนินกิจการของสมาคม
(๕) ทำนิติกรรมผูกพันสมาคม หรือสั่งจ่ายเงินของสมาคมเพื่อดำเนินกิจการได้ตามอำนาจซึ่งจะได้ตราระเบียบนั้นไว้ โดยพิจารณาถึงความเหมาะสมแก่ฐานะของสมาคม
(๖) พิจารณารับบุคคลเข้าเป็นสมาชิกและพิจารณาให้สมาชิกพ้นจากสมาชิกภาพตามข้อ ๘ และข้อ ๑๓(๓)
(๗) การบริหารงานของสมาคม คณะกรรมการบริหารอาจมอบอำนาจ ให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำการแทนได้
(๘) เรียกประชุมใหญ่สามัญหรือวิสามัญตามข้อ ๓๓

ข้อ ๒๘. ให้มีคณะกรรมการที่ปรึกษา ซึ่งคณะกรรมการบริหารมีมติเชิญให้เป็นกรรมการตามจำนวนที่เห็นสมควร
และคณะกรรมการที่ปรึกษาจะเป็นสมาชิกของสมาคม หรือบุคคลภายนอกก็ได้
กรรมการที่ปรึกษา มีหน้าที่ให้คำแนะนำในกิจการของสมาคมที่คณะกรรมการบริหารขอคำแนะนำปรึกษา

หมวด ๕ การเงินและอื่น ๆ
ข้อ ๒๙. รายได้ของสมาคมมีดังนี้
(๑) ค่าบำรุงสมาคม
(๒) เงินที่มีผู้บริจาค
(๓) เงินรายได้อื่น ๆ
การรับจ่ายเงินแต่ละครั้ง นายกสมาคมหรือกรรมการที่ได้รับมอบหมายจากนายกสมาคมและเหรัญญิกหรือผู้ช่วยเหรัญญิก ซึ่งเหรัญญิกมอบหมาย ต้องเซ็นชื่อรับรองกำกับหลักฐานการรับจ่ายพร้อมทั้งเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐาน
การเบิกจ่ายเงินของสมาคม ให้นายกหรืออุปนายกของสมาคมหรือผู้รักษาการแทนกับเหรัญญิก หรือเลขานุการของสมาคมรวม ๒ คนขึ้นไป มีอำนาจเบิกจ่ายตามมติคณะกรรมการบริหาร
เงินรายได้ของสมาคมทุกประเภท ให้นำฝากธนาคารเมื่อสมาคมมีรายได้ให้คณะกรรมการบริหารนำฝากธนาคารโดยไม่ชักช้า เหรัญญิกจะเก็บรักษาเงินไว้ได้ไม่เกินจำนวนที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ ๓๐. เหรัญญิกมีหน้าที่ทำบัญชี รับ-จ่าย และทำงบดุลประจำปีเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารรับทราบ
เพื่อนำเสนอที่ประชุมใหญ่ ให้รับทราบและรับรองงบดุล และต้องมีบัญชีรายการย่อยแสดงทรัพย์สินของสมาคม
ข้อ ๓๑. คณะกรรมการบริหาร ต้องจัดให้มีการจดบันทึกรายงานการประชุมใหญ่ของคณะกรรมการบริหารไว้ทุกครั้ง
เพื่อเป็นหลักฐาน และให้จัดเก็บการบันทึกดังกล่าวไว้ ณ สำนักงานของสมาคม
ข้อ ๓๒. ให้คณะกรรมการบริหาร ตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี ๑ คน มีหน้าที่ตรวจสอบบัญชี รายรับ-รายจ่าย ทั่วไปของสมาคม
แล้วเสนอรายงานให้ที่ประชุมใหญ่ทราบ

หมวด ๖ การประชุมใหญ่
ข้อ ๓๓. โดยปกติให้มีการประชุมใหญ่ลงมติประจำปีภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันสิ้นปีทางบัญชี ตามข้อ ๒๖ ทุกปีเพื่อ
(๑) เลือกตั้งหรือถอดถอนกรรมการบริหารตามข้อ ๑๖ ข้อ ๒๐ (๕)
(๒) เลือกตั้งผู้ตรวจสอบกิจการ
(๓) รับทราบการรับสมัครสมาชิกใหม่ และสมาชิกออกจากสมาคม
(๔) พิจารณาเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ
(๕) พิจารณาอนุมัติงบดุล
(๖) พิจารณาให้ความเห็นชอบ การกำหนดนโยบายและแผนการดำเนินงานของคณะกรรมการบริหาร
(๗) พิจารณาอนุมัติงบประมาณ
(๘) พิจารณารายงานตรวจสอบของผู้ตรวจสอบกิจการ
ให้นายกสมาคมหรือผู้ทำการแทน เป็นผู้กำหนดวันเวลาและสถานที่ประชุม และให้เลขานุการสมาคมมีหนังสือแจ้งกำหนดวันเวลาและสถานที่ประชุม พร้อมกับส่งเอกสารเกี่ยวกับการประชุมตามที่คณะกรรมการบริหารมีมติกำหนดไว้ ถึงสมาชิกก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า ๗ วัน
นอกจากประชุมใหญ่ตามมติดังกล่าว คณะกรรมการบริหารอาจจัดให้มีประชุมใหญ่วิสามัญ เพื่อปรึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ นอกจากที่กล่าวไว้ในข้อ ๑๙ โดย
ก. มติคณะกรรมการบริหารให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ
ข. สมาชิกของสมาคมร้องขอตามข้อ ๑๐ (๖) การประชุมใหญ่วิสามัญตามข้อนี้ ต้องจัดให้มีขึ้นภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่คณะกรรมการบริหารมีมติให้เรียกประชุมหรือนับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอจากสมาชิกให้เรียกประชุม ให้นำความในวรรคสองข้อนี้มาใช้บังคับในการเรียกประชุมใหญ่วิสามัญ
ข้อ ๓๔. ในการประชุมใหญ่สามัญ หรือวิสามัญทุกครั้งจะต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า๑ ใน ๓ ของจำนวนสมาชิก
ทั้งหมดตามที่ปรากฏในทะเบียนของสมาคม หรือไม่น้อยกว่า ๒๐๐ คน จึงจะถือว่าเป็นองค์ประชุมใหญ่
และการวินิจฉัยปัญหาให้ถือ เสียงข้างมากเป็นมติที่ประชุม ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มได้อีกเสียงหนึ่ง เป็นเสียงชี้ขาด
ถ้าการประชุมใหญ่ครั้งแรก มีสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม ให้เลขานุการนัดประชุมเป็นครั้งที่ ๒ เมื่อเวลาล่วงไปแล้วไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน แต่ไม่เกิน ๓๐ วัน นับแต่วันประชุมครั้งแรกซึ่งมีสมาชิกมาประชุมไม่ครบองค์ประกอบนั้น ในการประชุมครั้งที่ ๒ นี้ สมาชิกมาประชุมเท่าใดก็ให้ถือเป็นองค์ประชุมได้ แต่การประชุมครั้งที่ ๒ นี้ ถ้าสมาชิกเข้าร่วมประชุมน้อยกว่าองค์ประชุมที่กำหนดไว้ในวรรคแรกห้ามมิให้ที่ประชุม พิจารณาแก้ไขข้อบังคับตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๓๖
ให้ที่ประชุมใหญ่สามัญ หรือวิสามัญเลือกสมาชิกของสมาคมเป็นประธานคนหนึ่งและรองประธานคนหนึ่ง
ข้อ ๓๕. ที่ประชุมใหญ่อาจเลือกตั้งสมาชิกของสมาคม ผู้ซึ่งมิได้เป็นคณะกรรมการบริหารของสมาคม หรือบุคคลภายนอก
คนหนึ่งหรือหลายคนก็ได้เป็นผู้ตรวจสอบกิจการของสมาคม เมื่อตรวจสอบกิจการของสมาคมแล้ว ทำรายงานเสนอ
ต่อที่ประชุมใหญ่
ให้ที่ประชุมใหญ่อนุมัติเงินตอบแทนแก่ผู้ตรวจสอบกิจการที่เห็นสมควร
ข้อ ๓๖. การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของสมาคม ต้องเสนอเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าเสนอโดยคณะกรรมการบริหาร
ไม่ต้องมีผู้รับรอง แต่ถ้าเสนอโดยสมาชิกของสมาคมต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า ๑๕ คนรับรองการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับ ต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่โดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของสมาชิกที่มาประชุม

หมวด ๗ การเลิกสมาคม
ข้อ ๓๗. การเลิกสมาคม จะทำได้แต่โดยบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือโดยมติของที่ประชุมใหญ่
ทรัพย์สินที่เหลืออยู่มอบให้กรมสามัญเพื่อบำรุงโรงเรือนอนุบาลสุรินทร์
การเลิกสมาคมโดยมติที่ประชุมใหญ่ จะต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม

บทเฉพาะกาล
ข้อ ๓๘. ให้ถือว่าคณะบุคคล ๓๐ คน ซึ่งที่ประชุมเพื่อก่อตั้งสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนอนุบาลสุรินทร์ เมื่อวันที่ ๑๗
มิถุนายน พ.ศ.๒๕๒๑ ลงมติเลือกตั้งเพื่อร่างข้อบังคับจัดตั้งสมาคม เป็นคณะกรรมการบริหารสมาคมตามข้อ ๑๕ มีกำหนดเวลาไม่เกิน ๒ ปี นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียน และให้ถือว่าคณะบุคคลจำนวนดังกล่าวเป็นสมาชิกของสมาคมเฉพาะเพื่อทำหน้าที่รับรองบุคคลอื่นที่สมัครขอเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมตามข้อ ๘ เท่านั้น
ข้อ ๓๙. ให้คณะกรรมการบริหารตามข้อ ๓๘ เลือกตั้งกรรมการคนใดคนหนึ่ง ระหว่างกันเองขึ้นเป็นนายกสมาคมภายใน
๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบให้จดทะเบียนแล้ว และให้นายกสมาคมจัดตั้งคณะกรรมการบริหารตามข้อ ๓๘ ให้ดำรงตำแหน่งบริหารภายใน ๑๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคม
ให้คณะกรรมการบริหารตามข้อนี้มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารสมาคมเช่นเดียวกับคณะกรรมการบริหารที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคม
ข้อ ๔๐. ให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งในคณะบุคคลตามข้อ ๓๘ มีหนังสือเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารตามข้อ ๓๘
เพื่อเลือกตั้งนายกสมาคมภายในกำหนดเวลาตามข้อ ๓๙
ข้อ ๔๑. เมื่อครบกำหนด ๒ ปี นับแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียน ให้คณะกรรมการบริหารเรียกประชุมใหญ่สามัญ
ครั้งแรกภายในกำหนดเวลาตามข้อ ๓๓ เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคมตามข้อ ๑๖
นอกจากที่กล่าวในวรรคแรกแล้วถ้าเห็นสมควรนายกสมาคมจะเรียกประชุมใหญ่สามัญครั้งแรก เพื่อเลือกตั้งกรรมการบริหารตามข้อ ๑๖ ก่อนครบกำหนดเวลา ๒ ปี นับแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนก็ได้ และเมื่อที่ประชุมใหญ่ได้เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารตามข้อนี้แล้วคณะกรรมการบริหารตามข้อ ๓๘, ๓๙ และข้อบังคับเฉพาะกาลเป็นอันหมดไป
ที่ประชุมของผู้ซึ่งเป็นคณะกรรมการบริหารสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนอนุบาลสุรินทร์ตามมติที่ประชุมใหญ่ได้ประชุมพิจารณาข้อบังคับข้างต้นนี้ เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๒๑ ตกลงกันให้ถือใช้เป็นข้อบังคับของสมาคมต่อไป

สมบัติ ตรงสกุล ประธานที่ประชุม
(สมบัติ ตรงสกุล)

เพ็ญศรี ทัดศรี เลขานุการที่ประชุม
(เพ็ญศรี ทัดศรี)